ลมหายใจหลวงพระบาง..........ที่แผ่วเบา
outbounder : ???

บันทึกครั้งนี้ก็ไม่ต่างจากบันทึกครั้งอื่นที่ผ่านมา มันเป็นเหมือนการเรียบเรียงเรื่องราวระหว่างการเดินทางในแต่ละครั้งของผม มันอาจจะเป็นสถานที่เก่าๆเดิมๆ ซ้ำๆ แต่สิ่งที่ต่างกันไปก็คือ คนรอบข้าง สภาพแวดล้อมที่ต่างออกไป ทำให้เรื่องราวต่างๆของผม มันแปลกใหม่ทุกครั้ง
"อยากจะบอกจริงๆว่าผมม่เคยเบื่อเลยให้ตายสิ"
ครั้งนี้เป็นครั้งที่ 4 กับการได้กลับมาเยือนประเทศลาว ผมได้มาเที่ยวลาวครั้งแรกเมื่อปีก่อน กับเพื่อนๆของผมเอง เป็นทริปที่ประทับใจผมมากมันเป็นการเที่ยวแบบ อิสระทุกอย่าง เมากันตั้งกะวันแรก ยันวันสุดท้าย (มันกินกันดุมาก) จนมาถึงทริปนี้ จบทริปผมมีข้อสังเกตเกี่ยวกับลาวมาฝากเพื่อนๆกันด้วย
รออ่านตอนช่วงท้ายๆ นะ ขืนบอกตอนนี้ คงอ่านบันทึกไม่จบแน่นอน(ก๊าก)
บ่ายวันหนึ่งของเดือนเดือนหนึ่งในฤดูฤดูหนึ่ง (จะหนึ่งไปไหน)
มีโทรศัพท์เข้ามาหาผม สอบถามเรื่องข้อมูลการเดินทางไปหลวงพระบาง ผมยินดีให้ข้อมูลการเดินทางนั้นให้กับพี่เขาไป แต่ก็แอบเป็นห่วงเรื่องที่เขาจะขับรถไปเองจากเมืองไทย เนื่องด้วยว่า ถนนของลาวไปหลวงพระบางแคบและโค้งเยอะ แถมวิ่งเลนขวา (ก็เขาพวงมาลัยซ้าย) เลยแสดงความเป็นห่วงกลับไป เชิญชวนให้มาใช้บริการของเรา โดยให้ผมเป็นคนจัดเตรียม พาเที่ยว แทนที่จะไปกันเอง หลังจากคุยรายละเอียดและส่ง proposal ให้ทางพี่เขาพิจราณาก็เป็นอันตกลงได้ ร่วมเดินทางด้วยกัน
ตัดฉาก มาวันเดินทางเลยคั๊บ ..แว๊บ
"ต้นๆ มาถึงหนองคายแล้ว รออยู่ตรงไหนอะ"
"ข้ามสี่แยกนะ มันจะเป็นวงเวียน เลี้ยวขวามาเลย ผมรออยู่ปากซอยมีไฟแดง ยืนหัวเหม่งอยู๋นี่อะฮะ ดูนะฮะข้างขวาเป็นแว่นท๊อบเจริญ"
"ไหนอะ ไม่เห็นเลย สงสัยมาผิดทางและ เด๋วรอแป๊บขับไปเรื่อยๆก่อน อ้อๆเห็นและ ยืนหัวเหม่งอยู่"
"หวัดดีคับๆ" อ่านึกในใจไม่ค่อยดีแล้ววุ้ย หน้าตาไม่เอ็นจอยเลย ไมหน้าตาโซเครียดเช่นนี้เนี่ย ได้มาเที่ยวทั้งที และก็มารู้สาเหตของสีหน้าเหล่านั้น
แบบว่า นั่งรถมาจากนครปฐม เมารถกันทั้งบ้าน เมากันจนเป็นมือโปร ยังดีนะที่คนขับไม่เมาด้วย วันนี้เลย สลบเหมือด รอดูพรุ่งนี้เช้าละกันอาจจะดีขึ้น
ส่งพี่ๆขึ้นห้องนอนเสร็จ เด็กรร.ถาม พี่ๆ ไม่นวดเหรอ ชม.ล่ะ 150 สองชม. 300 เอง สนใจกด 0ลงมา บริการถึงห้อง ...แป๊ดดดดดด ใบแดงเลย
เอกอี้เอ้กเอ้ก เช้าแล้ว
ตื่นมารอแต่เช้า ไปกินอาหาเช้า โอ้วหน้าตายิ้มแย้มแจ่มใสวัยทีนเลย คราวนี้ก็เริ่มรู้จักทีล่ะคนๆ จนครบทั้งบ้าน เจ๊เธอมาครอบครัวมาเที่ยว สุดยอดไปเลย อยากให้โล่ห์แกมาก
ไม่รอช้าพาไปกินของดีอาหารเช้าเมืองหนองคาย ไข่กะทะ ฮอทด็อก ข้ามต้มโจ๊ก กาแฟ โอวัลติน ปากก็บอกว่ากินกันเยอะนะครับกลางทางอาจจะไม่ได้เรื่องเต็มถังไปเลยฮะ พี่คนขับรถก็มารอที่ร้านอาหารตามเวลาเป๊ะ คนขับคนนี้ผมล่ะประทับใจแกตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอกันแล้ว คนลาวแท้ แต่เป็นคนลาวที่อยู๋คาบเกี่ยวยุคเก่าและใหม่

โอ้วล้อหมุนกันแล้ว จุดหมายปลายทางวันนี้เราที่หลวงพระบาง โน่น สิริรวมเวลาเดินทางจากเวียงจันท์ไม่รวมแวะไหนเลยด้วยรถตู้ส่วนตัว 8 ชม. แค่คิดก็เมารถและ ผมบอกกับทุกคนว่า ยังไม่ต้องรีบกินยาแก้เมารถหรอกฮะ ไว้หลังมื้อเที่ยงจะเริ่มขึ้นเขาค่อยกินก็ได้ มีโกศรีคนเดียวที่เชื่อผม นอกนั้นไม่มีใครเชื่อผมสักคน T_T
ผ่านเวียงจันท์อย่างรวดเร็ว (ก็แค่แวะแลกเงินใช้ ไป 5 ล้านฝ่ากีบ เดินเป๋าตุงเลยผม อาการระแวงเหมือนคนโรคจิตขั้นที่1 เริ่มแสดง)
ถนนสาย 13 เหนือที่นำพาเราไปสู่ วังเวียงหลวงพระบาง ใหม่กิ๊กรถวิ่งสมู๊ดสุดๆ ไม่เหมือนปีที่แล้ว ฝุ่นตลบ รถติด ทำเสร็จครึ่งๆกลวงๆ เด้งไปเด้งมา รู้สึกรมณ์เสียมากกก
มาถึงเพียง ก่อนเข้าวังเวียง เป็นเพียงเขาโค้งไปมา ประมาณ เขาใหญ่ไม่เขามาก โกศรีออกอาการ ผมชักใจไม่ดี ลืมไปว่าบ้านนี้ นครปฐม-หนองคายก็ยังเมารถน่าจะบอกให้ทานยา ไม่น่าเลยตรู จนมาถึงบ้านกาสีซึ่งเป็นจุดพักรถ กินอาหารเที่ยงมีร้านรวงมากมายให้เลือก อาหารส่วนใหญ่ก็ข้าวราดแกง เฝอ(ก๋วยเตี๋ยวบ้านเราแหละ) ส้มตำไก่ต้ม
ทุกคนลงรถไปด้วยอาการไม่ค่อยจะโอเคเท่าไหร่ กินอะไรกันไม่ค่อยลง เบื่ออาหาร หลังจากมื้อเที่ยง ผมไม่รอช้า
"เอ่อ ยาแก้เมารถคนล่ะ 2 เลยนะคั๊บ"
"เรียบร้อย" แป๊วววววววว์ -_-'
รถก็วิ่งผ่านบ้านต่างๆ เส้นทางสุดจะโค้งไปมา ขึ้นเขาสูง ปรู๊ดปราดและหวาดเสียว จนมาถึงบ้านกิ่วกะจำ แล้วจะลงสู่เมืองเชียงเงินก็จะเป็นทางราบไปจนถึงหลวงพระบาง
เวลาปาเข้าไป6โมงกว่า รีบเข้าที่พัก แล้วไปหาไรกินดีกว่า มาเหนื่อยๆแบบนี้ เสร็จแล้วค่อยพาไปเดินกาดมืด(ตลาดขายของตอนกลางคืนเขาน่ะ)
ขณะที่กินอาหารเย็นก็กำชับ ไปถึงเรื่องการเดินชมของคืนนี้ว่า ให้ถามราคาไว้หลายๆร้าน อยู่สามคืน ไว้มาเก็บวันสุดท้ายจะได้ของราคาถูกไม่ต้องรีบซื้อ
มาถึงที่พักเฮียม้อเราได้ของมาหลายอย่างเลย ประเดิมวันแรก คาดว่า สองและสามคงจะได้มาทุกวัน วันนี้ก็ไม่มีอะไรมาก กลับที่พักนึกสนุกชวนเฮียม้อไปเที่ยวเทคหลวงพระบาง
แกก็เป็นคนชอบดูอะไรที่ไม่คอยได้เห็นง่ายๆ เลยตบปากรับคำ ไปเที่ยวกัน2 คน นี่เลยคั๊บ ดาวฟ้าบันเทิง วัยรุ่นที่สุดแล้วในหลวงพระบาง
"กินไรดีพี่"
"เบียร์ 1 ขวด ไม่ได้กินมาหลายปีและธรรมดาไม่กินนะ แต่มาที่แบบนี้ 1 ขวดละกันแต่ สั่งกับ 2อย่าง"
"น้องเอานี่นะ และนี่นะ"
"อะไรอะพี่ สั่งไรไป"
"ลองดูหน่อยทอดมันลาว กับเม็ดมะม่วง" อ๋ออออออออออ น่ากินวุ้ยทอดมันลาว
ระหว่างที่รออาหารปากก็ดูอาหารตาไปพลาง โอ้ว สาวหลวงพระบางยามค่ำคืนแต่งตัวได้สุดยอดมาก หาโป๊แทบไม่มี แขนยาว ขายาวถึงตาตุ่ม จะมีบ้างก็เป็นแนวภรรยาของพี่พี่ฝรั่ง และท่าเต้นวัฒนธรรมอันลือชื่อที่ต้องมาดูให้ได้ก็ หายไปชั่วขณะ หลังจากได้เห็นท่าเต้นของ เธอเหล่านั้น สุดร้อนแรงมาก กลางฟรอเลย เห็นแล้วเสียวแทน!!
อ้าเมนูที่สั่งไปมาแล้ว เบียร์ จะหมดขวดและเวรเอ้ย โอ้ว! ทอดมันลาว มันคือ เฟร้นฟรายบ้านเราฮะ แต่นะจะหนากว่า อมน้ำมันกว่า และแพงกว่า
เวลาผ่านไปเท่าไหร่ไม่รู้ เสียงดนตรีทำนองน่ารักมาแล้วครับ ทำนองประมาณ โจ๊ะๆสามช่าบ้านเรา เอาล่ะดิวุ่นวายเล็กน้อยกลางฟรอ คนลงไปเรียงเข้าแถวต่อๆกันอย่างกะเรียน รด. แล้วก็เริ่มโชว์เสต็บ ซึ่งเหมือนๆกัน พร้อมเพรียงกัน สวยงามทั้งท่วงท่าและจังหวะจะโคน นี่ละมั้งจุดขายของหลวงพระบางอีกจุดนึงที่ยังมีอยู่
ผมรู้สึกดีกับภาพที่ปรากฏนั้น (ไม่ต้องถามถึงลูกทัวร์ พึงพอใจมากที่ได้เห็น ก็บอกน้าเขาไปว่า มาหลายครั้งเห้นไปครั้งเดียวเอง นี่ครั้งที่ฉอง 555)
จบการชมภาพการเต้นวัฒนธรรมไม่ทันไร เสียงเพลงอันเด้อกราวน์ ฮิ๊พฮ้อพ ก็ดังลั่นเทค นี่สินะได้เวลาของเราแล้ว(ไม่ใช่ออกไปดิ้นนะคั๊บ) น้าชวนผมกลับที่พัก ไม่ไหว เสียงดังง่วงแล้วอะ (แถมแกยังบอกเชิง ขำขำว่า ถ้าเป้นสมัยเรียน คงออกไปโชว์เสต็บกลางฟรอแล้ว น้านนนนน)
ผมแยกย้าย กับน้าที่ เค้าเตอร์ที่พัก แต่ผมยังคั๊บ ยังไม่นอน ขอนั่งคุยกับคนดูแลที่พัก พี่แกนั่งจกข้าวเหนียวดูช่อง 3 บ้านเราอยู่ แกก็ทักอย่างคนลาวซื่อๆคนนึง
"เป็นไงอ้าย ม่วนบ่" / "ม่วนหลาย"
เขาบอกว่า เดี๋ยวนี้ข้าวของอะไรก็แพง อะไรๆก็แย่ เศรษฐกิจไม่ดี (พูดเหมือนคนบ้านเราเด๊ะ) ผมก็ตอบไปแบบกึ่งยิงกึ่งผ่าน
"ก็น่าจะใช่นะ ของแพงขึ้นอีกต่างหาก เบียร์แพงขึ้นนี่ในเทค ปีก่อน 12000/ขวด มาปีนี้ 18000/ขวด แพงโพ๊ดดดด(แปลว่าแพงมากกกก)"
การเปลี่ยนแปลงของหลวงพระบาง เพียงแค่วันแรกผมก็รู้สึกได้แล้ว แล้ววันพรุ่งนี้ล่ะ เราจะต้องเจอกับการเปลี่ยนแปลงอะไรบ้างหนอ.....
ติดตามตอนต่อไปได้ครับ ยาวเกินเด๋วตาลาย อะ 555